กำหนดลักษณะตัวอักษร 

Physical & Logical

การกำหนดลักษณะตัวอักษร (Physical&Logical)

        การกำหนดลักษณะตัวอักษรในเว็บเพจนั้น มีอยู่ 2 วิธี ได้แก่

        1. การกำหนดลักษณะตัวอักษรแบบ Physical

            เราสามารถกำหนดรูปแบบตัวอักษรในข้อความได้หลายแบบ เช่น ตัวหนา ตัวเอน โดย รูปแบบที่กำหนดจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง ถึงแม้ Web browser ที่ใช้เปิดจะเป็นคนละตัวกัน ลักษณะตัวอักษรที่นิยมใช้ เช่น

 หมายเหตุ

        แท็ก <sup>,<sub>,<big>,<small> สามารถนำมาซ้อนกันได้ เพื่อให้การกำหนดค่ามากขึ้นกว่าเดิมเช่น <big>BIG</big> กับ  <big><big>BIG</big></big> คำว่า BIG ตัวที่สองจะใหญ่กว่าตัวแรกเช่นกันถ้าเปลี่ยนแท็ก <sup> ตัวก็จะยกสูงขึ้น แท็ก <sub> ตัวก็จะห้อยต่ำลง เป็นต้น

 ตัวอย่างการใช้งานลักษณะตัวอักษรแบบ Physical แบบตัวหนา ตัวเอียง ขีดเส้นใต้

     <body>

 การสูบบุรี่ เป็น <b> อันตราย </b> ต่อชีวิต <br>

<i> ตัวอย่างเช่น </i> ใครสูบบุรีจะอายุสั้น <u> เฉลี่ย 40 ปี </u> เท่านั้น

     </body>

ผลลัพธ์ที่ได้

 

        2. การกำหนดลักษณะตัวอักษรแบบ Logical

            การกำหนดลักษณะตัวอักษรแบบ Logical นั้น เป็นการกำหนดรูปแบบตัวอักษรตามความหมายของข้อความนั้น เช่น

 

 

หมายเหตุ

แท็ก <bdo> จะมีแอททริบิวท์ชื่อ dir=”rtl” และค่าที่ใส่ก็จะมี “rtl” (right to left เขียนจากขวามาซ้าย) และ “ltr”     (left to right เขียนจากซ้ายมาขวา) ปกติถ้าไม่กำหนดจะเป็น “ltr” อยู่แล้ว

ตัวอย่างเช่น <bdo dir=”rtl”>bi-directional algorithm</bdo>

ผลลัพธ์ จะเป็นคำว่า “mhtirogla lanoitcerid-ib”

ตัวอย่างการใช้งานลักษณะตัวอักษรแบบ Logical

    <body>

<p> <em> em=เน้นคำพูดหรือวลี </em> </p>

<p> <strong> strong=เน้นข้อความที่สำคัญมาก </strong> </p>

<p> <code> code=โค้ดโปรแกรม </code> </p>

<p> <bdo dir="rtl"> love=เขียนย้อนกลับ </bdo> </p>

    </body>

ผลลัพธ์ที่ได้